Endless of Love...Samurai ตอนที่ 7
เหตุผลเพียงน้ำตา#2
พลั่ก!!
ราวกับสวรรค์ประทานความเมตตามาให้ชายทั้งสองถูกผลักกระเด็นออกไปอย่างแรง โดยมือลึกลับคู่หนึ่งและในจังหวะนั้นเอง...
สายลมเย็นยะเยือกได้พัดพานำกลิ่นไออันแสนคุ้นเคยผ่านหัวใจดวงน้อยอย่างไปแผ่วเบา หัวใจดวงน้อยอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด ดวงตากลมโตเบิกกว้าง หยาดน้ำตาใสคลอที่ขอบตาทำให้ภาพเบื้องหน้าดูพร่ามัว
ทว่า... ความรู้สึกนี้ก็ยืนยันให้เจ้าตัวได้แน่ใจแล้วว่าบุคคลเบื้องหน้าคือใคร
“นะ...นายท่าน!!!” ทั้งสองอุทานขึ้นด้วยความตกใจ อารมณ์มัวเมาเมื่อสักครู่หายไปสิ้น ดวงตาเบิกกว้าง ไม่นึกไม่ฝันเลยว่านายเหนือของตนจะมาที่นี่ในตอนนี้ แถมยังดู...
จะโกรธมากเสียด้วย...
“เป็นอะไรรึเปล่า มิสึฮะ?”คำถามซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยจากรุ่นพี่ชินโจดังขึ้นจากด้านหลัง ก่อนจะมีผ้าสีขาวสะอาดผืนใหญ่มาคลุมตัวเอาไว้ อย่างอ่อนโยนโมโมรินิน มิสึฮะ หันไปยิ้มบางๆ เป็นเชิงว่า ‘ไม่เป็นอะไร’
แต่รอยยิ้มนั้นก็จางหายไป เมื่อได้ยินเสียงแห่งการลงโทษ....
เพี๊ยะ!!! เพี๊ยะ!!! เพี๊ยะ!!! เพี๊ยะ!!!
การลงโทษที่ไม่แท้จริง...
“ใครสั่งให้พวกนายทำ!!”นายเหนือแห่งตระกูลทาโยะอิตะคอกถามอย่างเกรี้ยวกราด ทำเอาทุกคนที่อยู่ในที่นั้นสะดุ้งสุดตัว ไม่เว้นแม้แต่นากายะ ชินโจ ที่อยู่กับคาเซย์มานานยังต้องพลอยตกใจไปด้วย ได้แต่ยิ้มเจือนแล้วบ่นพึมพำเบาๆ กับตัวเอง
“เราคะ...แค่คิดว่าเป็นไส้ศึกที่นายท่านส่งมา....” หนึ่งในสองพยายามหาข้อแก้ตัว ดวงตาเบิกโพลงกรอกไปมาอย่างลนลาน พยายามคิดหาทางออก แต่ก็รู้ตัวดี... ความตายอยู่เพียงตรงหน้า...
เท่านั้น!!
ฟึ่บ!
การลงโทษที่แท้จริง... มันตั้งแต่นี้ไปต่างหาก
ดาบเล่มยาวถูกชักออกมาอย่างรวดเร็ว ชายทั้งสองทรุดเข่าลงราวกับไร้ชีวิต หยาดน้ำตามากมายหลั่งรินจากดวงตาที่เหม่อลอย...ทอดไกล...
ความทรงจำทั้งที่มีรอยยิ้ม น้ำตา เสียงหัวเราะ เสียงกรีดร้อง ไหลเวียนผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาเป็นฉากๆ อะไรกัน.... เขาทำอะไรลงไป...
หึ น่าสมเพชตัวเอง เพิ่งมาสำนึกได้เมื่อปลายดายอยู่เหนือคอ...
รอยยิ้มเศร้าระบายอยู่บนใบหน้าของชายทั้งสอง เปลือกตาบางปิดลง ในขณะที่ดาบถูกตวัดขึ้นสู่ท้องอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตเบิกโพลงอย่างตกใจ แต่ไม่ทันที่จะร้องห้าม ก็มีมือนึ่งเอื้อมมาปิดตาซะก่อน ตามด้วยเสียงบางอย่าง
ฉั้วะ!!
ไร้ซึ่งเสียงกรีดร้อง ของเหลวข้นพุ่งทะยานแต่งแต้มท้องฟ้าใสให้กลายเป็นสีเลือดสด วันที่แสนงดงามหลายเป็นวันอันเลวร้ายภายในไม่กี่วินาทีต่อหน้าคนทั้งสามชีวิตความเงียบโรยตัวปกคลุม ไม่มีแม้เสียงลมพัดผ่าน... ใบไม้หยุดนิ่งไม่ไหวติง ราวกับทั้งหมดกำลังไว้อาลัยให้กับบุรุษทั้งสองคน...
“อึก” มิสึฮะกลืนน้ำลายลงคอ มือเล็กที่สั่นเทาด้วยความหวาดกลัวถูกยกขึ้นสัมผัสกับของเหลวอุ่นบนแก้มนวล ก้อนเนื้อในอกด้านซ้ายเต้นถี่รัวเหมือนจะขาดออกจากกัน เสียงครั้งที่ดาบได้ฟาดฟันลงมายังคงชัดเจนในโสตประสาท ดังซ้ำไปซ้ำมา... ไม่หยุด..
.ทะ... ทำไมทำไมต้องทำถึงขนาดนี้....
ตุบ
ร่างของทั้งสองก็ล้มลงพื้นราวกับดอกซากุระหลังจากช่วงเทศกาลฮานามิ*ฟึ่บดาบเล่มยาวถูกเก็บ แม้จะยังไม่ได้ทำความสะอาดให้เรียบร้อย ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของคาเซย์อ่อนแสงลง ถ้าไม่ติดอยู่ว่ามีบุคคลที่สามยืนอยู่ด้วย เขาก็คงจะตรงเข้าไปตระกองกอดและปลอบปะโลมดั่งเช่นที่ผ่านๆมา
“ลุกขึ้นเถอะ มิสึฮะ”ชินโจพยุงร่างเล็กขึ้นด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนอีกข้างยังปิดตาอีกฝ่ายอยู่เช่นเดิม เพื่อไม่ต้องการให้ดอกไม้งามนี้ต้องมีบาดแผลลึกในใจ
ร่างสูงใช้มือที่ ‘เปื้อนเลือด’ นั้นค่อยๆช่วยพยุงร่างเล็กขึ้น ทว่าในวินาทีแรกที่มือใหญ่สัมผัส มิสึฮะกลับสะบัดแขนออก พร้อมกับที่น้ำตาหยาดใสไหลผ่านมือของชินโจ
“มิสึฮะ...” แม้จะใจหายในตอนแรก แต่ก็พยายามฝืนยิ้มออกมา ก่อนจะหันไปสั่งกับศิษย์เอกด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ก่อนจะเดินออกไป
“ฝากพามิสึฮะไปที่ห้องก่อน เดี๋ยวฉันจะตามไปทีหลัง...”
ซ่าาา...
ร่างบางเปลือยเปล่าค่อยๆจุ่มตัวลงในถังไม้นาดเล็ก ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำอุ่นกำลังพอดีชวนให้ผ่อนคลายทว่าจิตใจของมิสึฮะหาเป็นเช่นนั้นไม่ น้ำตาหยดแล้วหยดเหล่าไหลจากขอบตา ผ่านแก้มใสที่บัดนี้แดงซ่าน หยดลงในอ่างอาบน้ำ แม้ว่าบรรยากาศจากไอน้ำจะทำให้ทั้งห้องอบอุ่น ทว่าหัวใจของร่างเล็กนั้นกลับหนาวเย็นยะเยือก... หากเขาไม่ฝืนคำสั่ง...
ใช่ หากเขาไม่ฝืนคำสั่งของนายท่านแล้วอยู่ฝึกยิงธนูต่อ คนทั้งสองคนนี้คงจะไม่ต้องจบชีวิตลงเช่นนี้...
ไหนจะคนที่อยู่เบื้องหลังเขาทั้งสองอีก ไหนจะภาระที่ต้องดูแล ลูกเมีย พ่อแม่ที่แก่เฒ่า ......ใครจะรับผิดชอบ.....โมโมรินิน มิสึฮะยกมือเล็กขึ้นมาดู น้ำอุ่นที่ไหลลงจากฝ่ามือดูราวกับเลือด เสียงที่ได้ยินยังดังอยู่ในหูซ้ำไปซ้ำมา ตอกย้ำถึงความผิดของเขา...
จ๋อม...
มือทั้งสองร่วงลง ร่างทั้งร่างอ่อนปวกเปียก หลังเอนพิงกับขอบถัง... ดวงตากลมโตเหม่อลอยไปไกล... ...แสนไกล...
“เอาสองคนนี้ไปฝังด้วย” เสียงทุ่มต่ำสั่งเสียงเรียบ พลางเช็ดดาบด้วยผ้าขาว ก่อนจะเก็บเข้าฝักใหม่ วางไว้ข้างลำตัว
“ขอรับ แล้วครอบครัวของทั้งสองคนล่ะขอรับ” บ่าวรับใช้ถาม
“สองคนนั้นไม่มีครอบครัว”
“ขอรับ” ก้มหัวรับคำสั่ง ก่อนถอยหลังเดินออกไปบานเลื่อนไม้ถูกผิดลงแผ่วเบา ความเงียบโรยตัวปกคลุมทั่วทั้งห้อง ดวงตาคมจ้องมองถ้วยชาร้อนตรงหน้านิ่ง ทว่าในหัวกลับย้อนไปคิดถึงอีกคนที่บัดนี้ไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่
เป็นครั้งแรก... ที่มีคนกล้าปัดมือเขาออกเช่นนี้แล้วก็เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าการยิ้มเป็นสิ่งที่ยากเย็น ไม่รู้ว่าความรู้สึกในใจตอนที่เห็นน้ำตาของเด็กนั่นคืออะไร....
“บ้าจริง!! “ คาเซย์ลุกขึ้นก่อนจะวิ่งไปตามทางเดินที่ทอดไกล ทิ้งดาบยาวกับผ้าขาวเปื้อนเลือดแดงฉานไว้เบื้องหลัง...
..... ก็แค่... รู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่าง....
“มิสึฮะ!! โมโมรินิน มิสึฮะ!! “ ทาโยะอิจิ คาเซย์ทุบประตูห้องน้ำอย่างบ้าคลั่ง แต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีเสียงตอบรับจากภายใน
“มิสึฮะ!! เปิดประตูเดี๋ยวนี้นี่คือคำสั่ง! ““....” เงียบอีกเช่นเคย ความร้อนรนในใจเพิ่มมากขึ้น จึงหันไปตะโกนสั่งก็บ่าวให้นำกุญแจมา
แกร็ก ครืดดดด
ประตูห้องน้ำถูกเปิดออก ภาพที่ร่างเล็กกำลังนั่งแช่ในอ่างอาบน้ำอย่างเหม่อลอย ทำให้หัวใจกระตุกวาบ ดวงตากลมโตที่เคยมีประกายระริกขี้เล่นอยู่ตลอด บัดนี้กลับไม่มีประกายใดๆหลงเหลือยู่เลย หนำซ้ำน้ำตาก็ไหลท่วมแก้มราวกับจะกลายเป็นสายเลือดร่างสูงถลาตัวเข้าหาร่างบาง
“มิสึฮะ!! มิสึฮะ!!! “มือใหญ่จับไหล่เล็กเขย่าซ้ำๆ เรียกชื่อของเจ้าตัวไปมา แต่ก็ไร้ปฏิกิริยาตอบโต้ ไม่มีแม้แต่คำต่อว่า... นิ่งงัน... ราวกับไม่มีชีวิตหลงเหลืออยู่
“มิสึฮะ!!! “คาเซย์รวบตัวมิสึฮะไว้ในอ้อมกอด ถ่ายทอดความอบอุ่นให้แก่ร่างตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยกระซิบถามข้างใบหูบางแผ่วเบา
“โกรธเหรอ?”
“ทำไม...” เสียงหวานถามกลับมาด้วยคำสั้นๆอย่างล่องลอย จนแทบไม่ได้ยิน
“...”
“...”
“เพราะว่า น้ำตา...”
“เอ๊ะ” มิสึฮะชะงัก ประกายกลับมาฉายในดวงตาเช่นเดิม น้ำตาทั้งหมดหยุดไหลไปชั่วขณะ วงแขนแกร่งยิ่งรัดร่างเล็กเข้ามาแนบชิดมาขึ้น จมูกโด่งฝังลงที่ต้นคอขาว กระซิบบอกอีกครั้งด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เหตุผล มันก็มีเพียงแค่ น้ำตา เท่านั้น”
-----------------------------------------------------------------------------------
กรี๊ดกร๊าดวี๊ดว๊าย
ในที่สุดก็ได้ฤกษ์ลงตอนที่ 7 เสียที แต่ตอนที่ 8..... คง"เรื่อยๆ"น่ะเนอะ ♥
ที่ลงนี่ได้ยินเสียงทักท้วงมา 55+ ท่าทางเราจะดองไว้จนเค็มได้ที่แล้วล่ะ กำลังคิดว่าอาจจะต้องแก้คำพูดบางส่วนในตอนแรกๆ เพราะตอนนี้กำลังนั่งจินตรนาการถึงฉากหลังๆแล้ว อืมม์....
ส่วนอีกเรื่องนี้ ท่าทางจะต้องเขียนในคอมพ์ซะแล้ว เพราะว่าไม่ถนัดจริงๆ เขียนด้วยมือเนี่ย มันเขียนไม่ออกจริงๆ เง้อ
อ้อใช่ เกือบลืมวันที่ 9- 13 จะไปเที่ยงเชียงราย ล้าลัลลา~ เป็นยังไงเดี๋ยวเอารูปมาลงให้ได้ยลกัน อิอิ
รักษาสุขภาพจิตและร่างกายกันด้วยนะค้า
บ๊ายบายค่า ไว้เจอกันใหม่เมื่อมีเรื่องมาโม้ใไห้ฟัง
[คุณดิท แก้ไขเว้นบรรทัดจ้ะ]
edit @ 7 Dec 2009 19:33:23 by someone